สรุปผลการสำรวจติดตามข้อมูล การนำผลจากการอบรม ติดอาวุธการเรียนรู้ด้วย AI (รุ่นที่1-2) พร้อมความสนใจเข้าร่วมเป็นผู้ช่วยวิทยากร และ เข้าร่วมนำเสนอโครงการในงาน 6th PMCA Forum
บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
ผลการติดตามการนำ AI ไปใช้ในการจัดการศึกษา จากผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 59 คน (กลุ่มอาชีวศึกษา 11 คน และกลุ่ม สพฐ./อปท./สกร. 48 คน)
ภาพรวม
ผลการติดตามการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานทางการศึกษาพบว่า ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำ AI ไปใช้จริงได้อย่างกว้างขวาง ทั้งด้านการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาสื่อ การวัดและประเมินผล งานธุรการ และการพัฒนาวิชาชีพ ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดภาระงาน และยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม
1. เครื่องมือ AI ที่ได้รับความนิยมในการนำไปประยุกต์ใช้
เครื่องมือ AI ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ChatGPT และ Google Gemini เนื่องจากใช้งานง่าย สามารถช่วยสร้างสื่อการเรียนการสอน วางแผนการจัดการเรียนรู้ จัดทำเอกสาร และสนับสนุนการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รองลงมา คือ NotebookLM ซึ่งมีจุดเด่นด้านการสรุปองค์ความรู้ การสร้างสไลด์ อินโฟกราฟิก และแผนผังความคิด (Mind Map)
ส่วน Claude ได้รับความนิยมในงานวิชาการ งานวิจัย และการจัดทำเอกสารที่ต้องการความถูกต้องและความแม่นยำสูง โดยผู้ใช้งานส่วนใหญ่นิยมใช้ AI หลายเครื่องมือร่วมกัน เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะงานในแต่ละประเภท
2. การนำความรู้จากการอบรมไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน
ผู้เข้ารับการอบรมนำ AI ไปประยุกต์ใช้ใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
2.1 การวางแผนและออกแบบการเรียนรู้ เช่น การจัดทำแผนการสอน วิเคราะห์หลักสูตร และออกแบบ
กิจกรรมการเรียนรู้
2.2 การผลิตสื่อการเรียนการสอน เช่น สไลด์ ภาพประกอบ อินโฟกราฟิก ใบงาน วิดีโอ และสื่อมัลติมีเดีย
2.3 การวัดและประเมินผล เช่น การสร้างข้อสอบ แบบทดสอบ รูบริก และการตรวจงานผู้เรียน
2.4 งานธุรการและเอกสาร เช่น การสรุปรายงาน ร่างหนังสือราชการ รายงานการประชุม และเอกสาร
ทางวิชาการ
2.5 การนำไปขยายผลพัฒนาวิชาชีพ เช่น การอบรมครู การวิจัย การพัฒนาหลักสูตร นวัตกรรมการศึกษา
และการเผยแพร่ความรู้ด้าน AI ภายในองค์กร
3. ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการใช้ AI
การนำ AI ไปใช้ก่อให้เกิดประโยชน์ในทุกระดับ ดังนี้
• ระดับครูและบุคลากรทางการศึกษา ช่วยลดภาระงาน ประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พัฒนา
คุณภาพการจัดการเรียนรู้ และส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษา
• ระดับผู้เรียน ช่วยเพิ่มความสนใจในการเรียน เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์
ความคิดสร้างสรรค์ การค้นคว้าด้วยตนเอง และทักษะดิจิทัลที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
• ระดับสถานศึกษา ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ลดต้นทุนและเวลาในการดำเนินงาน
ส่งเสริมการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรม ตลอดจนยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยรวมของ
สถานศึกษา
4. ข้อควรระวังในการนำ AI ไปใช้
แม้ AI จะสร้างประโยชน์อย่างมาก แต่ผู้เข้าร่วมสะท้อนข้อควรระวังที่สอดคล้องกัน ได้แก่
1. การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ก่อนนำไปใช้หรือเผยแพร่
2. การไม่พึ่งพา AI มากเกินไป จนส่งผลต่อการคิดวิเคราะห์และการเรียนรู้ด้วยตนเอง
3. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยทางข้อมูล
4. การใช้ AI อย่างมีจริยธรรม เคารพลิขสิทธิ์ และอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง
5. การพัฒนาความรู้และทักษะด้าน AI อย่างต่อเนื่อง สำหรับครู บุคลากร และผู้เรียน รวมถึงการจัดทำ
นโยบายและแนวทางกำกับดูแลการใช้งาน AI ในสถานศึกษาอย่างเหมาะสม
ข้อเสนอเชิงนโยบาย
ควรส่งเสริมการใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้และการทำงานอย่างสร้างสรรค์ อย่างรับผิดชอบ
ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ และรักษาสมดุลระหว่าง AI กับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ควบคู่กับ
การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ จริยธรรมดิจิทัล และการรู้เท่าทันเทคโนโลยีของผู้เรียนและบุคลากรทางการ
ศึกษาในการระวังการนำข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลภายในโรงเรียนเข้าสู่ระบบ AI รวมทั้งตระหนักถึงความเหลื่อม
ล้ำด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีและอุปกรณ์ของผู้เรียน
5. มีผู้สนใจสมัครเป็นผู้ช่วยวิทยากร รวมจำนวน 23 คน (ชาย 5 คน หญิง 28 คน)
1) ช่วงอายุ 30-39 ปี จำนวน 1 คน 2) ช่วงอายุ 40-49 ปี จำนวน 7 คน
3) ช่วงคนอายุ 56-59 จำนวน 13 คน และ 4) ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 2 คน
6. มีผู้ที่สนใจนำส่งโครงการ รวมจำนวน 32 คน (ชาย 8 คน หญิง 24 คน)
1) ช่วงอายุ 30-39 ปี จำนวน 1 คน 2) ช่วงอายุ 40-49 ปี จำนวน 6 คน
3) ช่วงคนอายุ 56-59 จำนวน 21 คน และ 4) ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 4 คน



