logo-horizontal
← กลับหน้าหลัก
ข่าวครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี และเครือข่ายนานาชาติ

PMCAF และ KVIS ปิดค่ายวิทยาศาสตร์ไทย–เวียดนาม เยาวชน 2 ประเทศนำเสนอ 8 โครงงานต้นแบบ สู่เครือข่ายนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

7 สิงหาคม 2569อ่าน 4 นาที
PMCAF และ KVIS ปิดค่ายวิทยาศาสตร์ไทย–เวียดนาม เยาวชน 2 ประเทศนำเสนอ 8 โครงงานต้นแบบ สู่เครือข่ายนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี (Princess Maha Chakri Award Foundation: PMCAF) ร่วมกับโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (Kamnoetvidya Science Academy: KVIS) จัดพิธีปิดโครงการ Thai–Vietnam Student Science Camp on Sustainability ณ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง ภายหลังเยาวชนไทยและเวียดนามได้ร่วมเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรม พร้อมพัฒนาแนวคิดโครงงานเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืน

พิธีปิดได้รับเกียรติจาก ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี พร้อมด้วย นางสาวฮหว่าง ดิเอ็ม หั่ญ (Ms. Hoang Diem Hanh) อัครราชทูตที่ปรึกษา ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย และ ศาสตราจารย์ ดร.บุญโชติ เผ่าสวัสดิ์ยรรยง ผู้อำนวยการโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ร่วมเป็นเกียรติ มอบเกียรติบัตร และให้โอวาทแก่เยาวชน โดยเน้นย้ำบทบาทของวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

ภายในพิธีมี ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้แก่ ดร.เจือจันทร์ จงสถิติอยู่ นางสาวจุไรรัตน์ แสงบุญนำ นางศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล และ ดร.ทินสิริ ศิริโพธิ์ รวมถึงคณะทำงานมูลนิธิฯ ครูไซนุดดิน ซาคาเรีย (Mr. Zainuddin Zakaria) ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่ 1 จากประเทศมาเลเซีย และที่ปรึกษาเครือข่ายไร้พรม ตลอดจนผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรโรงเรียนกำเนิดวิทย์ เข้าร่วมในพิธี



ไฮไลต์สำคัญของพิธีปิดคือการนำเสนอ Project Concept Proposal ของนักเรียนทั้ง 8 กลุ่ม ซึ่งเป็นผลจากการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลาการเข้าค่าย โดยเยาวชนได้นำองค์ความรู้ด้าน ทรัพยากรน้ำ ระบบนิเวศ พลังงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาพัฒนาเป็นแนวคิดโครงงานเพื่อแก้ไขปัญหาความยั่งยืนในโรงเรียนและชุมชน



แนวคิดโครงงานครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพน้ำ การพัฒนาระบบกรองน้ำต้นทุนต่ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ การออกแบบวัสดุธรรมชาติเพื่อลดความร้อน และการพัฒนาเครื่องมือติดตามสภาพแวดล้อมด้วยอุปกรณ์ต้นทุนต่ำ โดยนักเรียนได้รับข้อเสนอแนะจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อนำไปพัฒนาและต่อยอดในระยะ Post-camp

ในการอภิปรายข้อเสนอโครงงาน คณะกรรมการได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับคุณภาพของงาน อาทิ การกำหนดสมมติฐานที่ชัดเจน การออกแบบกระบวนการวิจัยและตัวแปรทดลองอย่างเป็นระบบ การเลือกตัวชี้วัดที่เหมาะสม ตลอดจนการพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำผลงานไปประยุกต์ใช้จริงในบริบทของประเทศไทยและเวียดนาม



ศาสตราจารย์ ดร.บุญโชติ เผ่าสวัสดิ์ยรรยง ผู้อำนวยการโรงเรียนกำเนิดวิทย์ กล่าวว่า ความสำเร็จของค่ายไม่ได้อยู่เพียงการสิ้นสุดของกิจกรรม แต่คือการที่เยาวชนได้เรียนรู้การใช้ข้อมูลและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจ รวมถึงสร้างมิตรภาพและความร่วมมือที่จะนำไปสู่การพัฒนาโครงงานร่วมกันในอนาคต

ด้าน นางสาวฮหว่าง ดิเอ็ม หั่ญ (Ms. Hoang Diem Hanh) อัครราชทูตที่ปรึกษา ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย กล่าวว่า โครงการนี้สะท้อนถึงมิตรภาพและความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและเวียดนาม เปิดโอกาสให้เยาวชนทั้งสองประเทศได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต



ขณะที่ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวชื่นชมความตั้งใจและศักยภาพของเยาวชนทั้ง 8 กลุ่ม พร้อมเน้นย้ำว่า คนรุ่นใหม่ในวันนี้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มากกว่าคนรุ่นก่อน สิ่งสำคัญคือการนำโอกาสเหล่านั้นมาใช้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่สังคมและโลก

นอกจากกิจกรรมด้านวิชาการแล้ว ภายในพิธียังมีการแสดงแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมจากนักเรียนไทยและเวียดนาม สะท้อนอัตลักษณ์ของทั้งสองประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความประทับใจ และความภาคภูมิใจจากการเรียนรู้ร่วมกัน

แม้โครงการ Thai–Vietnam Student Science Camp on Sustainability จะสิ้นสุดลง แต่ความร่วมมือระหว่างเยาวชนทั้งสองประเทศจะยังดำเนินต่อในระยะ Post-camp โดยนักเรียนไทยและเวียดนามจะร่วมกันพัฒนาโครงงานผ่านระบบออนไลน์เป็นเวลา 2–4 เดือน ภายใต้การให้คำปรึกษาของครูจากทั้งสองประเทศ ก่อนนำเสนอผลงานฉบับสมบูรณ์ ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างประเทศไทยและเวียดนาม เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาคต่อไป

ประมวลภาพ

#PMCAF#KVIS
แชร์: