สภากาชาดไทย–มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ลงพื้นที่จังหวัดเลย เดินหน้าแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน 2569 มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย นำโดย ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิฯ และกรรมการสภากาชาดไทย พร้อมด้วย ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิฯ นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย และคณะทำงาน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ลงพื้นที่ติดตามโครงการ ส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย (MOVE) ในจังหวัดเลย เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ผ่านการทำงานร่วมกันของครู เครือข่ายเหล่ากาชาด หน่วยงานการศึกษา และภาคีในพื้นที่

วันที่ 13 กันยายน คณะทำงานประชุมร่วมกับครูขวัญศิษย์จังหวัดเลย ณ สำนักงานการศึกษาจังหวัดเลย เพื่อติดตามผลการใช้ชุดฝึก Scaffolding จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประชาสัมพันธ์ข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาความเท่าเทียมกับนักเรียนด้อยโอกาส พร้อมรับฟังข้อมูลจากอาจารย์ณัฐวุฒิ ยศธสาร และอาจารย์วราภรณ์ ยศธสาร เกี่ยวกับการนำความรู้จากการอบรมด้าน AI ของมูลนิธิฯ รุ่นที่ 2 และประสบการณ์การเป็นวิทยากรผู้ช่วยในรุ่นที่ 3 ไปต่อยอดเป็นโครงการ “พัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก” ในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 โดยเริ่มต้นจากโรงเรียนที่ไม่มีครูผู้สอนภาษาอังกฤษจำนวน 15 โรงเรียน มีครูเข้าร่วมการพัฒนา 30 คน
ต่อมา อาจารย์ณัฐวุฒิได้รับโอกาสจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ขยายผลการอบรมไปยังโรงเรียนขนาดเล็กอีก 40 โรงเรียน มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตสื่อการเรียนรู้ และในอนาคตยังวางแผนขยายการเข้าถึงครูให้ได้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ความรู้ความสามารถนี้ถูกนำไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่เด็กๆ

วันที่ 14 กันยายน คณะทำงานประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ณ ศาลากลางจังหวัดเลย โดยมีเหล่ากาชาดจังหวัดเลยรวมถึง หน่วยงานการศึกษาในพื้นที่เข้าร่วมด้วย เพื่อฟังผลการดำเนินงานพัฒนาทักษะการอ่านเขียนภาษาไทย ซึ่งมีโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายจำนวน 6 โรงเรียนมีนักเรียนกลุ่มเป้าหมายเป็นจำนวน 150 คน โดยทางสภากาชาดจังหวัดเลยได้แบ่งกลุ่มออกเป็นสามกลุ่ม เพื่อลงพื้นที่ในแต่ละโรงเรียน

จากนั้นทางคณะได้ลงพื้นที่โรงเรียน 1 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านแก้วเมธี อำเภอนาด้วง โดยภาพรวมพบว่าเด็กกลุ่มเป้าหมายมีพัฒนาการด้านการอ่านเขียนดีขึ้นหลังได้รับการสอนซ่อมเสริมรายบุคคล และ โรงเรียน ซึ่งใช้ Scaffolding ร่วมกับ PDCA ทำให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย 13 คน มีพัฒนาการด้านการอ่านดีขึ้น ร้อยละ 80 โดยทีมวิชาการได้ติดตาม ประเมิน และให้คำแนะนำแก่ครูผู้สอนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ทางนายกเหล่ากาชาดได้มอบรองเท้านักเรียนจำนวน 20 คู่ แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านแก้วเมธี เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการศึกษา ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

วันที่ 15 กันยายน ได้ลงพื้นที่โรงเรียน 1 แห่ง ได้แก่ โรงเรียน บ้านน้ำอ้อมเล้า โดยมี ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ประชุมสรุปผลร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา คณะ (อสม.) สภากาชาด และคณะครู โดยมีตำรวจท้องที่คอยอำนวยความสะดวกร่วมด้วย


นอกจากนี้ ทางด้านอาจารย์ชัดเจน ไทยแท้ ได้เสนอแนวทางการสอน ให้แก่ คณะ (อสม.) สภากาชาด โดยวิธีการอ่าน พูดออกเสียงสระ ด้วยวิธี “ครูแม่ไก่” พบว่า นักเรียนชั้น ป.1 สามารถอ่านคำง่ายๆ ตามครูได้ ช่วยให้เด็กสามารถจดจำคำและเนื้อหาได้ง่ายขึ้น และส่งเสริมทักษะด้านการอ่านและการใช้ภาษาไทย และได้ชมนิทรรศการต่างๆที่เด็กนำมาแสดงเช่น โรงเรือนไข่ไก่ เพื่อฝึกการเลี้ยงไก่ไข่ให้แก่เด็กนักเรียน และได้มีกระทรวงสาธารณสุขได้เข้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการแก่เด็กๆ อีกด้วย

โครงการ MOVE เป็นโครงการสนองพระราชดำริฯ เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบันมีโรงเรียนเป้าหมายทั่วประเทศประมาณ 1,200 แห่ง นักเรียนเกือบ 140,000 คน และอาสาสมัคร (อสม.) สอนภาษาไทยกว่า 4,900 คน โดยใช้เครื่องมือคัดกรองและชุดฝึก Scaffolding ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กตรงกับสาเหตุและความต้องการรายบุคคล
ก้าวต่อไป มูลนิธิฯ และสภากาชาดไทยเตรียมขยายเครือข่ายครูรางวัลฯ ให้เป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดและขยายผลในพื้นที่ พร้อมผลักดันความร่วมมือระดับจังหวัด และจัด การประชุมวิชาการนานาชาติ 21–23 ตุลาคม 2569 เพื่อร่วมสร้างระบบสนับสนุนจากฐานราก ให้เด็กไทย อ่านออก เขียนได้ และเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพอย่างยั่งยืน























