มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เดินหน้าชี้แจงกระบวนการคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ในระดับจังหวัด ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2570
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ได้จัดการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ระดับจังหวัด ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2570
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ได้จัดการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ระดับจังหวัด ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2570 แบบออนไลน์ โดยมี ดร.จักรพรรดิ์ วะทา กรรมการมูลนิธิฯ ในฐานะประธานกรรมการคัดเลือกส่วนกลาง ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า กรรมการมูลนิธิฯ ดร.อุดม วงษ์สิงห์ กรรมการวิชาการ นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย น.ส.ถนิมรัตน์ แกล้วทนงค์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์กิจการพิเศษ กรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัดในนามคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด และประชาสัมพันธ์จังหวัดภาคเหนือและภาคใต้ เข้าร่วม
ดร.จักรพรรดิ์ กล่าวว่า รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เป็นรางวัลเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุ ครบ 60 พรรษา ในปี พ.ศ. 2558 และเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ครูผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ และมีคุณูปการต่อการศึกษา ในอาเซียน ติมอร์-เลสเต บังกลาเทศ ภูฏาน และมองโกเลีย ซึ่งการสรรหาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ได้ก้าวเข้าสู่การสรรหาครั้งที่ 7 โดยจะมีการสรรหาในทุก 2 ปีครั้ง
ประธานกรรมการคัดเลือกส่วนกลาง กล่าวว่า สำหรับการคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประเทศไทย โดยความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ และกรมประชาสัมพันธ์ ทำให้กลไกการสรรหาประกอบด้วย คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด และคณะกรรมการคัดเลือกส่วนกลาง เพื่อร่วมกันสรรหาครูผู้มีคุณสมบัติ เป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงชีวิตศิษย์ และมีคุณูปการต่อวงการศึกษา มีประสบการณ์สอนอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 12 ปี ซึ่งเป็นครูหรือเคยเป็นครูผู้สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสถานศึกษาของรัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเคยเป็นครูนอกสถานศึกษาที่สอนผู้เรียนในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน และไม่เป็นครูสอนพิเศษเป็นอาชีพหลัก
ดร.อุดม กล่าวว่า ขั้นตอนการสรรหาครูในครั้งนี้จะเปิดให้ผู้มีสิทธิเสนอชื่อครูจาก 5 กลุ่ม คือ 1. ศิษย์เก่า อายุไม่น้อยกว่า 20 ปี (เสนอชื่อครูผ่านช่องทาง
www.pmca.asia) 2. สถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. สมาคม มูลนิธิ องค์กรซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีภารกิจส่งเสริมการเรียนรู้ 4. คณาจารย์ในระดับอุดมศึกษา ทั้ง 4 กลุ่มนี้เสนอชื่อครูมาที่คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด และกลุ่มที่ 5 คือ องค์กรที่มีการพิจารณาคัดเลือกครูทั้ง 7 แห่ง จะเสนอชื่อมาที่คณะกรรมการคัดเลือกส่วนกลาง โดยเปิดรับการเสนอชื่อนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ดร.อุดม กล่าวว่า หลังจากมีการเสนอชื่อครูจากลูกศิษย์ สถานศึกษา องค์กรที่มีภารกิจส่งเสริมการเรียนรู้ และคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา มาที่คณะกรรมการจังหวัดแล้ว จังหวัดจะมีกระบวนการคัดเลือกและประกาศรายชื่อครูที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเปิดให้มีการร้องทักท้วง แล้วส่งรายชื่อมายังคณะกรรมการส่วนกลาง ภายในเดือนตุลาคม 2569 จากนั้นคณะกรรมการส่วนกลางจะทำการพิจารณาคัดเลือกเชิงลึกและเสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิ โดยจะมีการพิจารณาตัดสินในวันที่ 19 เม.ย. 2570 เพื่อเข้ารับพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ในวันที่ 20 ตุลาคม 2570
รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประกอบด้วย เข็มเชิดชูเกียรติทองคำพระราชทาน เหรียญทอง ประกาศนียบัตร โล่ประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัล 10,000 เหรียญสหรัฐ ส่วนในประเทศไทยมีรางวัลเพิ่มเติมได้แก่ รางวัลคุณากร 2 รางวัล รางวัลครูยิ่งคุณ 17 รางวัล และรางวัลครูขวัญศิษย์ จำนวน 202 รางวัล เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเห็นคุณค่า ยกย่อง เชิดชูครูในแต่ละจังหวัด
จึงขอเชิญชวนลูกศิษย์และสถานศึกษาทั่วประเทศร่วมกันเสนอชื่อครูที่สร้างการเปลี่ยนแปลงชีวิตลูกศิษย์และมีคุณูปการทางการศึกษาให้กับประเทศไทย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
www.PMCA.or.th