คณะกรรมการมูลนิธิฯ เยี่ยมครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ณ โรงเรียนมัธยมสมบูรณ์จันสว่างปี 2568

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิฯ และคณะได้เดินทางไปเยี่ยมโรงเรียนมัธยมสมบูรณ์จันสว่าง เมืองสีโคตรตะบอง นครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อเยียมเยือนนางบุญมา โพธิลาด ผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2568 สปป.ลาว พร้อมด้วยนางพิมพิดา รวิรัฐ ธนรัช ที่ปรึกษา จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียงจันทน์  ท่านนางเวียงพัน ไชยะลาด นักวิชาการ กรมร่วมมือกับต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา และครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี สปป.ลาว รุ่น 1 – 6 ร่วมเดินทางในครั้งนี้ โดยมีท่าน ทะวิไช เหมาชมพู เจ้าเมือง สีโคตตะบอง (นายอำเภอ) ท่าน จันทามะนี ใสปะเสิด เลขาท่านเจ้าเมือง สีโคตรตะบอง ท่านนาง ลีป่าเอี้ย ลีบัวเปา หัวหน้าแผนกศึกษาธิการ และกีฬา นครหลวงเวียงจันทน์ พระอาจารย์ สมยศ แสงสว่าง เจ้าอธิการวัดจันทร์สว่าง และคณะสงฆ์ ท่าน นางทุมมี ทุมมะวง ประธานสมาคมพ่อแม่นักเรียน อุดหนุนการศึกษา และท่านทองคำ พมมีไช ที่ปรึกษาสมาคมฯ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พ่อแม่ คณะครูและนักเรียนให้การต้อนรับ ครูบุญมาผู้อุทิศตนด้านการศึกษาเกือบ 20 ปี ครูบุญมาเป็นทั้งผู้บริหารและครูผู้สอนวิชาเคมีและวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนมัธยมสมบูรณ์จันสว่าง ที่มีนักเรียนเกือบ 2,000 คนจากหลากหลายภูมิหลัง ทั้งเด็กยากจน เด็กพิการ เด็กชาติพันธุ์ และสามเณรมาเรียน โดยการสอนต้องแบ่งเป็นภาคเช้าและภาคบ่ายสลับกัน

คณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้เยี่ยมชมรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยของโรงเรียน ซึ่งมีนักเรียนทั้งหมด 281 คน และบุคลากร 32 คน โดยดูแลเด็กตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 6 ปี แบ่งการเรียนการสอนออกเป็นระดับบริบาล (เนสเซอรี่) และระดับอนุบาล พร้อมครูประจำชั้นและผู้ดูแลเด็กในอัตราที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างรอบด้าน ครูเหงียน ถิ ทู ลาน ซึ่งดำรงตำแหน่งครูใหญ่มากว่า 31 ปี ได้พาคณะกรรมการเยี่ยมชมอาคารเรียน ห้องเรียน และสังเกตการจัดกิจกรรมประจำวันของเด็ก ๆ ทั้งการเรียนรู้ผ่านบทเพลง การแสดง การเล่นบทบาทสมมติ กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-based Learning) ที่เน้นการพัฒนาทักษะทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมโครงการนวัตกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน อาทิ “สวนของเด็ก ๆ” ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้การปลูกและดูแลต้นไม้ด้วยตนเอง, “สวนสมุนไพรพื้นบ้าน” เพื่อบูรณาการความรู้ด้านการแพทย์แผนโบราณเวียดนามเข้ากับการเรียนรู้จริง, “แปลงผักไฮโดรโปนิกส์” ที่ช่วยให้เด็กได้สัมผัสวิทยาศาสตร์สมัยใหม่และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึง “พื้นที่วัฒนธรรมโฮจิมินห์” ที่เสริมสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น คณะกรรมการยังได้รับฟังรายงานสรุปผลการดำเนินงานและความสำเร็จของครูเหงียน ถิ ทู ลาน ในการพัฒนาการศึกษาปฐมวัย รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมคุณภาพและศักยภาพของเด็กในทุกมิติ พร้อมหารือแนวทางการสนับสนุนจากมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีต่อไป