ห้องเรียนเคลื่อนที่ของครูผู้เปลี่ยนชีวิตเด็กเปราะบางในฟิลิปปินส์

ในพื้นที่บนหมู่เกาะมิดาเนาทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ การเดินทางไปโรงเรียนอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงและอาจเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับเด็กชนพื้นเมืองและเด็กยากจนในพื้นที่ห่างไกล โรงเรียนกลับดูเหมือนเป็นสถานที่ไกลเกินเอื้อมกว่าที่เด็ก ๆ จะได้เข้าถึง 

แต่มีครูคนหนึ่งที่ไม่ยอมให้ความยากจนหรือระยะทางมาขวางโอกาสทางการศึกษา เขาคือ ดร. ซาดัต บี. มินันดัง (Sadat B. Minandang, PhD) หรือครูซาดัส ครูผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี 2562 ผู้ริเริ่มโครงการรถเข็นบทกวีแห่งความรู้ “TulaKaalaman” (ภาษาตากาล็อก – Tula – บทกวี   Kaalaman – ความรู้) ในปี 2560 ด้วยความเชื่อว่า “การศึกษาไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน”

ซึ่งครูซาดัสอาสาเข็นรถออกไปเป็นครูนอกห้องเรียนให้กับเด็กๆ รอบชุมชนชายขอบที่ยังคงตกหล่นการศึกษา ไม่เพียงแค่รถเข็น ข้ามเรือก็ขนความรู้ไป เด็ก ๆ ในพื้นที่เกาะแกร่ง จะรีบวิ่งเข้ามาด้วยรอยยิ้มทุกครั้งเมื่อพวกเขาเห็นครูซาดัตขนหนังสือและสื่อการเรียนรู้มา ภาพของครูที่จัดกระบวนการเรียนรู้ในพื้นที่เปราะบางเพื่อเด็ก ๆ กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวังในพื้นที่ที่การศึกษายังเข้าไม่ถึง และทุกรอยยิ้มของเด็ก คือแรงผลักดันให้ครูซาดัสไม่อยากวางปากกาและหนังสือไว้แค่หมดคาบเวลา เรียน ด้วยเชื่อว่า “การเรียนรู้เกิดขึ้นที่ใดก็ได้ ของให้ไปให้ถึงหัวใจของเด็กก่อน”

จากรถเข็นสู่รถพ่วงข้าง : ความรู้คู่การดำรงชีวิต “ถ้าเราเข็นรถออกไป เราได้ก้าวออกไป มีเด็กมากมายที่ขาดโอกาส….แต่ถ้าเราขับรถออกไป เราจะได้ไปอีกหลายก้าว ไวขึ้น และช่วยเด็กๆ ได้มากกว่าขึ้น”

ด้วยผลของรอยยิ้มของเด็กๆ ทำให้ครูพัฒนาจากรถเข็นไปสู่การแปลงรถจักรยานยนต์ โดยหลังได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครูได้นำเงินรางวัลและการสนับสนุนจากมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีมาต่อยอดการทำงาน

ครูซาดัสแปลงโฉมรถจักรยานยนต์พร้อมติดตั้งห้องสมุดพ่วงข้าง ตั้งชื่อว่า “การเดินทางแห่งความรู้” หรือ “Byaheng Kaalaman” (Byaheng – การเดินทาง , Kaalaman – ความรู้) หรือ Mobile Knowledge รถจักรยานยนต์หรือที่เรียกว่ามอเตอร์ไซต์พ่วงข้างนี้ ไม่เพียงแต่มีกล่องหนังสือ สมุด ดินสอ ยังมีอาหารและสิ่งของยังชีพที่จำเป็นเติมเข้าไปอีกด้วย

แม้ครูซาดัสได้ย้ายจากโรงเรียนเดิมไปเติบโตมโรงเรียนใหม่ ในภารกิจใหม่ ในพื้นที่ชุมชนใหม่ แต่มิใช่เงื่อนไขที่จะทำให้ครูเปลี่ยนความฝัน ครูซาดัสกลับมองว่าเป็นโอกาสที่จะขยายผลการทำงานในพื้นที่ใหม่ ๆ เพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด – 19 ที่ดูจะทำให้โรงเรียนจำนวนมากต้องปิดเรียน แต่ครูซาดัสกลับใช้โอกาสของห้องเรียนเคลื่อนที่นี้ไปกอบกู้วิกฤตการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ ในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ครูซาดัสยังได้รวมเพื่อนๆ เครือข่ายพ่อแม่มาร่วมเป็นเครือข่ายอาสาออกไปช่วยเด็กๆ และครอบครัวที่ยากลำบากกลุ่มเปราะบางนี้อีกด้วย โดยเน้นการดูแลและสร้างการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

  1. รู้หนังสือและคำนวณพื้นฐาน (Basic Literacy and Numeracy) วางพื้นฐานการเรียนรู้ที่สำคัญให้เด็ก ๆ
  2. น้ำ สุขาภิบาลและสุขอนามัย (Water, Sanitation and Hygiene) เสริมสร้างทักษะการดูแลตนเอง อนามัยในครอบครัว
  3. การคุ้มครองเด็ก (Child Protection) ให้เด็ก ๆ ได้รับการช่วยเหลือและรู้สิทธิการอยู่รอดปลอดภัย
  4. การจัดกิจกรรมเลี้ยงอาหาร (Feeding Activity) เพื่อให้ได้มีโภชนาการที่ดี

รถพ่วงการเรียนรู้นี้ไม่เพียงเป็นพาหนะขับเคลื่อนความรู้ ความรู้ช่วยยังปัญญา แต่อาหารช่วยเด็ก ๆ ให้ยังชีพ ห้องเรียนเคลื่อนที่โฉมใหม่นี้กลายเป็นความหวังของเด็ก ๆ และชุมชนห่างไกลในช่วงเวลาวิกฤตที่ทั่วโลกเผชิญ

ซึ่งครูซาดัสมองว่า ไม่เพียงแต่เด็กที่ยังเข้าไม่ถึงการศึกษา/อยู่นอกระบบการศึกษานั้นต้องได้รับโอกาสทางการศึกษาแล้ว แต่การให้การศึกษาอย่างเร่งด่วน (Education in Emergency: EiE) โดยพยายามเข้าไปช่วยดึงเด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบโรงเรียนให้กลับมาเรียนรู้ให้ได้ ความพยายามในการคุ้มครองเด็กและการดูแลอย่างทั่วถึง  (Child Protection & Well-being) ก็เป็นภารกิจสำคัญที่ครูสามารถทำได้แม้โรงเรียนจะปิด แต่ห้องเรียนนอกรั้วกำลังเปิดรับเพื่อกอบกู้การเรียนรู้ของเด็ก ๆ ที่กำลังเผชิญภาวะเปราะบางซ้ำซ้อนอยู่

ผลของการทำงานของครูซาดัสด้วยรถห้องเรียนเคลื่อนที่นี้ยังได้รับการยกย่องโดยกระทรวงศึกษาธิการของประเทศฟิลิปปินส์ (Department of Education, DepEd) โดยได้รับมอบใบประกาศเชิดชูเกียรติในฐานะโครงการนวัตกรรม “Mobile of Knowledge” เนื่องในวันเฉลิมฉลองวันครูโลกของสำนักงาน ICO ในวันที่ 4 ตุลาคม 2563 อีกด้วย

ครูซาดัสมองว่า การทำงานโดยลำพังอาจไปได้ไม่เต็มที่ “ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้ได้ช่วยเหลือเด็ก ครอบครัว และชุมชนในพื้นที่ที่ผมได้รับมอบหมายอย่างต่อเนื่อง ความต่อเนื่องและความทุ่มเทนี้ได้รับการยอมรับจากทั้งองค์กรภายในประเทศและต่างประเทศว่าเป็นผลจากการเสียสละ ความพยายาม ความมุ่งมั่น และความหลงใหลของพวกเรา พร้อมด้วยความช่วยเหลืออันล้ำค่าจากผู้สนับสนุนและพันธมิตร”

การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานมากมายเท่ากับช่วยเติมพลังเติมความฝันและเติมโอกาสให้เด็กๆ ซึ่งที่ผ่านมามูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้ามหาจักรี กระทรวงศึกษาธิการฟิลิปปินส์ได้ช่วยสนับสนุนมาตลอด และยังอีกหลายหน่วยงานทั้งจากนานาชาติและจากท้องถิ่น อาทิ สำนักงานสวัสดิการและพัฒนาสังคมเมืองคอตาบาโต (ในช่วงปี 2564 – 2566) ซึ่งได้สนับสนุนโครงการอาหาร (feeding program) ไปกับรถคันนี้ และยังมีภาคเอกชนและผู้มีจิตศรัทธาหลายหน่วยงานทั้งเรื่องอาหารโภชนาการ เรื่องสื่อทรัพยากรการเรียนรู้ต่างๆ อีกทั้งยังมีการขยายไปถึงการสนับสนุนอื่น ๆ เช่น ความร่วมมือกับโครงการ Share Your Spare จากผู้มีจิตศรัทธาจากประเทศสิงคโปร์ในการแบ่งปันเสื้อผ้าให้กับครูในพื้นที่ผ่านกิจกรรมในห้องเรียนเคลื่อนที่

นอกจากนี้กองกำลังอาสาเพื่อช่วยขับเคลื่อนการทำงานเพื่อช่วยเปลี่ยนชีวิตเด็กนอกระบบให้กลับมามีโอกาสเรียนรู้และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก ๆ และครอบครัว 

ครูผู้ขับเคลื่อนอนาคต : ห้องเรียนเคลื่อนที่ไม่มีสิ้นสุด ไม่หยุดโอกาส 

7 ปีที่ผ่านมานับจากจุดเริ่มต้นของรถเข็นความรู้สู่รถพ่วงข้างห้องเรียนเคลื่อนที่ วันนี้ครูซาดัสก็ยังคงไม่หยุดที่จะพัฒนาการทำงานดังกล่าว หากแต่ได้ขับเคลื่อนขยายผลให้ครอบคลุมทั้งเด็กในระบบโรงเรียนที่มีภาวะเปราะบางผู้เรียนที่มีความเสี่ยงจะออกกลางคัน โดยร่วมกับเพื่อนครู กลุ่มอาสาสมัคร พ่อแม่ผู้ปกครองที่สละเวลามาช่วยกัน โดยมีทั้งการเตรียมเรื่องโภชนาการ และสื่อการเรียนรู้ ช่วยหนุนเสริมกันและกันในช่วงกิจกรรมนอกเวลาเรียน  

ความทุ่มเทของครูซาดัสยังได้รับความสนใจจากผู้ขับเคลื่อนการศึกษาหลายภาคส่วน ชวนให้เกิดการแบ่งปันแรงบันดาลใจ การทำงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไปสู่เครือข่ายและความร่วมมือระหว่างประเทศ ทำให้สามารถขยายผลโครงการไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของฟิลิปปินส์ เป็นหนึ่งในครูนวัตกรที่ทุ่มเทเพื่อขับเคลื่อนอนาคตอย่างแท้จริง

ในปี 2568 – 2569 นี้ ครูซาดัสมีโครงการที่จะขยายผลโดยการพัฒนารถ “Byaheng Kaalaman” ให้เป็นรถตู้พร้อมเรียกว่า “ห้องเรียนสี่ล้อ” (4-wheeled mobile classroom) เพื่อให้สามารถบรรจุทรัพยากรที่พร้อมออกหน่วยเคลื่อนที่การเรียนรู้ได้มากกว่าเดิม โดยหวังจะให้เป็นพาหนะการเรียนรู้เพื่อเด็กๆ ทุกคน และเปิดรับการสนับสนุนจากภาคีให้ร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกัน

ครูซาดัสบอกทิ้งท้ายว่า 

“หนึ่งในความท้าทายที่ผมพบเป็นประจำคือ การทำให้โครงการ Byaheng Kaalaman มีความยั่งยืนในด้านการเงิน 

แต่ความฝันของผมคือ ไม่ให้เด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ลดจำนวนเด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา และทำให้เด็กทุกคนอ่านออกเขียนได้ 

นี่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามนี้ และเป็นหนึ่งในความท้าทาย 

บางครั้งผมก็รู้สึกอยากยอมแพ้ แต่เมื่อผมนึกถึงและเห็นเด็ก ๆ ที่ยังต้องการผม ผมก็ตัดสินใจเดินหน้าต่อและทำงานขับเคลื่อนนี้ต่อไปตราบเท่าที่ยังมีแรง และตราบเท่าที่ยังมีเด็ก ๆ ต้องการความช่วยเหลือ….”

CR:  ทีมสื่อสาร PMCAF ภาพ#SadatBMinandang