logo-horizontal
← กลับหน้าหลัก
กิจกรรมที่ผ่านมา

ผลสํารวจชี้ ครูไทยนํา AI ต่อยอดการจัดการเรียนรู้จริง หลังผ่านการอบรมของมูลนิธิ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

21 กรกฎาคม 2569อ่าน 3 นาที
ผลสํารวจชี้ ครูไทยนํา AI ต่อยอดการจัดการเรียนรู้จริง หลังผ่านการอบรมของมูลนิธิ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

ผลสำรวจชี้ ครูไทยนำ AI ต่อยอดการจัดการเรียนรู้จริง หลังผ่านการอบรมของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี



หลังจากที่มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ "ติดอาวุธการจัดการเรียนรู้ด้วย AI" เพื่อเสริมศักยภาพครูเครือข่ายมูลนิธิฯ ให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการจัดการเรียนรู้และพัฒนาการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดอบรมมาแล้ว 2 รุ่น มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 95 คน ล่าสุดได้มีการสำรวจผลการนำ AI ไปประยุกต์ใช้หลังการอบรม พบว่าผู้เข้าร่วมสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนถึงศักยภาพของ AI ในการยกระดับการจัดการศึกษา ทั้งด้านการพัฒนาครู การส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน และการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษา



ผลสำรวจจากผู้ตอบแบบสอบถาม 59 คน คิดเป็นร้อยละ 62 ของผู้ผ่านการอบรมทั้งหมด ประกอบด้วยนักศึกษาฝึกสอน 11 คน และครูรวมถึงบุคลากรทางการศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) 48 คน แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในแวดวงการศึกษาอย่างกว้างขวาง


ด้านเครื่องมือ AI ที่ได้รับความนิยมสูงสุด พบว่า ChatGPT และ Gemini ครองอันดับหนึ่ง เนื่องจากใช้งานง่าย ตอบสนองรวดเร็ว และช่วยสร้างสรรค์เนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองลงมาคือ NotebookLM ซึ่งโดดเด่นด้านการสรุป วิเคราะห์ และจัดการข้อมูลจำนวนมาก พร้อมอ้างอิงข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ ส่วนอันดับสามคือ Claude ที่ได้รับความนิยมจากความสามารถในการวิเคราะห์เชิงลึก การเรียบเรียงเอกสาร และการให้ข้อมูลที่มีความแม่นยำสูง




สำหรับการประยุกต์ใช้ AI ในการทำงานจริง ผู้เข้าร่วมอบรมส่วนใหญ่นำ AI ไปใช้ใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การวางแผนการสอน การวัดและประเมินผล การพัฒนารายวิชา การผลิตสื่อการเรียนการสอน และงานธุรการหรือการจัดการเอกสาร ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดระยะเวลาในการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน




ผลการสำรวจยังสะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ของ AI ในหลายมิติ โดยในระดับครู AI ช่วยลดภาระงาน ประหยัดเวลา และเปิดโอกาสให้ครูมีเวลามากขึ้นในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และพัฒนานวัตกรรมการสอน ขณะที่ผู้เรียนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่น่าสนใจ มีส่วนร่วมในชั้นเรียนมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาทักษะสำคัญแห่งศตวรรษที่ 21 ส่วนในระดับสถานศึกษา AI มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยรวม

อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ โดยผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและการใช้งานอย่างมีจริยธรรม การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยในการใช้ AI รวมถึงการพัฒนาทักษะด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับครู ผู้เรียน และผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

ผลการสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ครู แต่เป็นผู้ช่วยสำคัญที่ช่วยให้การศึกษาดีขึ้น ง่ายขึ้น และมีคุณภาพยิ่งขึ้น หากได้รับการนำไปใช้อย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบ AI จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่อนาคต สร้างระบบการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

ประมวลภาพ

แชร์: