logo-horizontal
← กลับหน้าหลัก
บทความและข่าว

สภากาชาดไทยผนึกมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เดินหน้าเดินหน้าโครงการส่งเสริมการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย เผยผลสำเร็จ 5 ปี ปี เด็กกว่า 3.4 หมื่นคนอ่านออกเขียนได้ พร้อมขยายผลตามพระราชกระแสรับสั่ง

14 กรกฎาคม 2569อ่าน 3 นาที
สภากาชาดไทยผนึกมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เดินหน้าเดินหน้าโครงการส่งเสริมการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย เผยผลสำเร็จ 5 ปี ปี เด็กกว่า 3.4 หมื่นคนอ่านออกเขียนได้ พร้อมขยายผลตามพระราชกระแสรับสั่ง

6 กรกฎาคม 2569 – สภากาชาดไทยจัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทยของสภากาชาดไทย โดยมี ดร.เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วย ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร กรรมการสภากาชาดไทย และประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการอำนวยการ นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทยและผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า กรรมการมูลนิธิและผู้จัดการสำนักงานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานด้านการศึกษาและภาคีเครือข่าย เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานและขยายโอกาสการเรียนรู้ตามพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ที่ประชุมรับทราบคำสั่งสภากาชาดไทย ที่ 991/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการโครงการชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารสภากาชาดไทย ผู้แทนหน่วยงานด้านการศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน อาทิ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสถาบันรามจิตติ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร กรรมการสภากาชาดไทย และประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ จากความห่วงใยต่อปัญหาการเรียนรู้ของเด็กในช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะเด็กในพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มเปราะบางที่ประสบปัญหาการอ่านและเขียนภาษาไทย สภากาชาดไทยจึงบูรณาการความร่วมมือกับภาคีการศึกษา ระดมอาสาสมัครสอนซ่อมเสริม (อศม.) ร่วมกับครูประจำการ พร้อมใช้เทคนิค Scaffolding เพื่อพัฒนาเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เป็นรายบุคคล

นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด รายงานผลการดำเนินงานตลอด 5 ปี (พ.ศ. 2564–2568) ว่า โครงการครอบคลุม 76 จังหวัด สนับสนุนโรงเรียน 4,521 แห่ง มีนักเรียนเข้าร่วม 475,159 คน โดยในกลุ่มนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านเขียนจำนวน 74,131 คน สามารถพัฒนาทักษะจนผ่านเกณฑ์การประเมินได้ 33,789 คน หรือประมาณร้อยละ 60 พร้อมทั้งบูรณาการการพัฒนาคุณภาพชีวิตของโรงเรียน ทั้งด้านพลังงานสะอาด น้ำสะอาด และการดูแลสุขภาพ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้

อีกวาระสำคัญคือ การพิจารณาแผนขยายโครงการสู่กรุงเทพมหานคร โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ได้นำเสนอแนวทางดำเนินงาน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้เริ่มในกลุ่ม สามเณรโรงเรียนพระปริยัติธรรม พร้อมใช้รูปแบบการสอนเดียวกับพื้นที่ภูมิภาค และประสานความร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลเชิงลึก การจัดระบบผู้ประสานงานกับหน่วยงานส่วนกลาง และการประชุมติดตามผลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความต่อเนื่องและขยายโอกาสทางการเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชนได้อย่างทั่วถึง

การประชุมครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือของสภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษา ในการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย ทั้งนี้ มูลนิธิฯ พร้อมประสานพลังเครือข่ายครูในมูลนิธิฯ ที่มีในทุกจังหวัดมาร่วมเป็นพลังสนับสนุนการสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่มีคุณภาพแก่เด็กและเยาวชนไทย ตามพระราชปณิธานในการพัฒนาคนผ่านการศึกษาอย่างยั่งยืน

เรื่อง : PMCAF

ภาพ : สภากาชาดไทย

ประมวลภาพ

แชร์: