ครูนิวัฒน์ เงินงามมีสุข


“ผมต้องการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทย ด้วยการมอบการศึกษาให้แก่ผู้ด้อยโอกาส เพราะการศึกษาจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต”
ที่อยู่โรงเรียน: ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" บ้านโมโกคี จังหวัดตาก ประเทศไทย
ครูนิวัฒน์เป็นชาวกะเหรี่ยงสกอว์ เกิดที่หมู่บ้านรามะเนีย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาสูง เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะได้เป็นครู หลังจากสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขาเกษตรศาสตร์และพืชศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดน่าน เขาได้ทำงานในโครงการน้ำร่วมกับเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก ในปี พ.ศ. 2544 เขาเดินทางกลับบ้านเกิดที่อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เพื่อดูแลบิดา
หลังกลับบ้าน เขาสมัครเข้าทำงานที่ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" บ้านห้วยปลาโจ้ก จังหวัดตาก เขาหลงรักบทบาทของตนในชุมชนเมื่อพบว่าตนเองสามารถเปลี่ยนชีวิตชายสองคนที่เคยติดฝิ่นให้เลิกใช้และมีงานทำที่มั่นคง จากโครงการที่ครูนิวัฒน์เข้าไปร่วมทำงานด้วย
ในช่วงแรก ครูนิวัฒน์ไม่มีพื้นฐานด้านการทำงานกับชุมชนมาก่อน ที่ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านห้วยปลาโจ้ก เขาเริ่มเรียนรู้วิธีจัดกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน วิธีสื่อสารกับชาวบ้าน ทำงานร่วมกับพวกเขาเพื่อค้นหาปัญหาของชุมชนและร่วมกันหาทางแก้ไข
ต่อมาเขาย้ายไปที่ศูนย์การเรียนชุมชน "แม่ฟ้าหลวง" บ้านโมโกคี ในจังหวัดเดียวกัน เมื่อย้ายมาที่บ้านโมโกคี เขานำประสบการณ์ที่มีมาสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน เช่น หน่วยงานสาธารณสุขจังหวัด มหาวิทยาลัย และนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อมอบความรู้และทรัพยากรให้แก่ชุมชน เขาใช้ประโยชน์จากเครือข่ายและเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น ด้วยแรงสนับสนุนจากเครือข่ายนี้ เขาสามารถสร้างศูนย์การเรียนชุมชนได้มากกว่า 10 แห่ง เขาต้องเดินเท้านานกว่าหนึ่งวันจากศูนย์หนึ่งไปอีกศูนย์หนึ่งเพื่อช่วยเหลือและติดตามผล เขาต้องการอย่างแท้จริงที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านด้วยความรู้และการศึกษา
ครูนิวัฒน์ช่วยเหลือและนำชุมชนแก้ปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ไข้เลือดออก การติดฝิ่น และการรู้หนังสือ เขาช่วยเหลือชุมชนผ่านกระบวนการเรียนรู้ สร้างความไว้วางใจด้วยความซื่อสัตย์ และวางกลยุทธ์รับมือกับปัญหาต่าง ๆ ของชุมชน สำหรับเด็กเล็ก ครูนิวัฒน์ช่วยสอนให้อ่านออกเขียนภาษาไทยได้ เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตในสังคมไทยและมีความรู้พื้นฐานสำหรับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นและการดำรงชีวิต สำหรับชุมชน เขาใช้กลยุทธ์ เช่น การประชุมประชาคม การกระจายเสียงทางวิทยุชุมชน การเสริมสร้างศักยภาพ และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
เขาวางตนเป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์และความขยันหมั่นเพียร นอกจากนี้ยังใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์ชุมชน สนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกกาแฟแทนฝิ่น หลังจากใช้เวลาโน้มน้าวมากกว่า 20 ปี พื้นที่นั้นก็ไม่มีการปลูกฝิ่นอีกต่อไป
เขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าคนเราต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิดอย่างประเทศไทย เมื่อครั้งยังเด็ก เขาเห็นชาวกะเหรี่ยงจากเมียนมาหนีภัยสงครามภายในประเทศเข้ามายังไทย จึงรู้สึกโชคดีและเป็นบุญที่ได้เกิดในประเทศไทย ประเทศที่สงบสุขและอุดมด้วยทรัพยากร เขากล่าวด้วยความมั่นใจว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณแผ่นดินไทย ดังนั้นเขาจะยังคงทุ่มเทตอบแทนบุญคุณนี้ด้วยการช่วยเหลือผู้อื่นต่อไปอย่างสุดหัวใจ
- พ.ศ. 2557 (ค.ศ. 2014) – ปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา วิทยาลัยนครราชสีมา
- พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) – ปริญญาตรี สาขาเกษตรศาสตร์และพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดน่าน
- พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) – วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก จังหวัดตาก
